วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งคืออะไร

ผู้คนทั่วโลกกำลังเชื่อมต่อไปยังอินเทอร์เน็ตเพื่อเข้าถึงข้อมูล ติดต่อสื่อสารกับคนอื่นๆ และทำธุรกิจ ไม่เพียงแต่คนที่กำลังใช้อินเทอร์เน็ต สิ่งของก็ใช้อินเทอร์เน็ตด้วยเช่นกัน การสื่อสารจากเครื่องต่อเครื่องมีการใช้งานอย่างกว้างขวางในภาคการผลิตและพลังงานเพื่อติดตามการทำงานของเครื่องจักร รายงานข้อผิดพลาด และแจ้งเตือนการนำเครื่องเข้ารับบริการ

สิ่งของในชีวิตประจำวันมีการใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นเช่นกัน เพื่อเชื่อมต่อไปยังระบบคลาวด์ซึ่งกลายเป็น ‘อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง’ คาดว่าอุปกรณ์ต่างๆ กว่า 1.9 พันล้านเครื่องมีการเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งแล้ว (ที่มา: BI Intelligence)

เซนเซอร์หรืออุปกรณ์อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งบางชนิดที่โดดเด่นมากที่สุดในโลกของผู้บริโภคจนถึงปัจจุบันนี้เป็นเครื่องวัดสำหรับกิจกรรมและการออกกำลังกาย เช่น  Nike FuelBand  และ  Fitbit  Google Glass  คอมพิวเตอร์แบบสวมได้ และ ‘Hive’ ที่เชื่อมต่อระบบทำความร้อนจาก British Gas

ผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬาอย่าง ASICS ใช้ Salesforce เพื่อพัฒนาเว็บไซต์ Support Your Marathoner ในการส่งข้อความการสนับสนุนไปยังหน้าจอข้างลู่วิ่งเมื่อมีการตรวจพบแท็กที่ไม่ซ้ำกันบนรองเท้าของนักกีฬา

อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และคาดการณ์ว่าภายในปี ค.ศ. 2020 จะรวมสิ่งต่างๆ ประมาณ 3 หมื่นล้านถึง 7.5 หมื่นล้านชิ้น ตั้งแต่สายรัดข้อมืออัจฉริยะ ของเล่น และกรอบรูปไปจนถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ เซนเซอร์ตรวจจับแผ่นดินไหว และเครื่องบิน

การประมวลผลแบบคลาวด์

“คลาวด์” คืออะไร

 

การย้ายไปใช้ระบบคลาวด์ การทำงานในระบบคลาวด์ การจัดเก็บในระบบคลาวด์ เข้าถึงได้จากในคลาวด์: ทุกวันนี้เหมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะเกิดขึ้นใน “คลาวด์” แต่แท้จริงแล้ว แนวคิดเกี่ยวกับกลุ่มเมฆเหล่านี้คืออะไร

คำตอบสั้นๆ ก็คือสถานที่ที่อยู่อีกปลายด้านหนึ่งของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของคุณ สถานที่ที่คุณสามารถเข้าถึงแอปและบริการต่างๆ ได้ และสถานที่ที่ข้อมูลของคุณได้รับการจัดเก็บไว้อย่างปลอดภัย สาเหตุที่ทำให้คลาวด์ยอดเยี่ยมมีอยู่สามประการ:

  • ไม่มีต้นทุนในการบำรุงรักษาหรือบริหารจัดการ
  • ขนาดของซอฟต์แวร์แบบคลาวด์นั้นไม่มีที่สิ้นสุด คุณจึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่าพื้นที่จะไม่เพียงพอ
  • คุณสามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันและบริการบนคลาวด์ได้จากทุกที่ ทั้งหมดที่คุณต้องการก็แค่อุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

นั่นเป็นสิ่งสำคัญมากเนื่องจากคนเรามีหลายกะเวลาทำงาน ตั้งแต่การทำงานในออฟฟิศไปจนถึงการทำงานนอกสถานที่ กะเหล่านี้สะท้อนให้เห็นได้จากยอดขายฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์: ในปี 2015 ยอดขายคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปและแล็ปท็อปอยู่ที่ประมาณ 270 ล้านเครื่อง เปรียบเทียบกับแท็บเล็ตจำนวน 325 ล้านเครื่องและสมาร์ทโฟนกว่า 2 พันล้านเครื่อง

นั่นจึงทำให้คลาวด์เป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมในการใช้ซอฟต์แวร์ทางธุรกิจ เช่น แอปพลิเคชัน การจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM)  ซอฟต์แวร์ที่ผู้ใช้ต้องการความสเถียรในการเข้าถึงได้ตลอดเวลา ทุกที่ และในอุปกรณ์ทุกเครื่อง

ผมไม่ต้องการฮาร์ดดิสก์ในคอมพิวเตอร์ของผมถ้าผมสามารถเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ได้เร็วขึ้น... การแบกคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเหล่านี้ไปไหนมาไหนมันล้าสมัยไปแล้ว
สรุปนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่
            
           
เทคโนโลยี คืออะไร
          เทคโนโลยี (Technology)  คือ การใช้ความรู้ เครื่องมือ ความคิด หลักการ เทคนิค ความรู้ ระเบียบวิธี กระบวนการตลอดจน 
ผลงานทางวิทยาศาสตร์ทั้งสิ่งประดิษฐ์และวิธีการ มาประยุกต์ใช้ในระบบงานเพื่อช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น
และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานให้มีมากยิ่งขึ้น
 
การนำเทคโนโลยีมาใช้กับงานในสาขาใดสาขาหนึ่งนั้นเทคโนโลยี มีความสำคัญ 3 ประการ คือ
          1.ประสิทธิภาพ (Efficiency) เทคโนโลยีจะช่วยให้การทำงานบรรลุผลตามเป้าหมายได้ เที่ยงตรงและรวดเร็ว
          2.ประสิทธิผล (Productivity) เกิดผลผลิตเต็มที่ ได้ประสิทธิผลสูงสุด   

         3.ประหยัด (Economy) ประหยัดทั้งเวลาและแรงงาน ลงทุนน้อยแต่ได้ผลมาก

 

ความสำคัญของเทคโนโลยี

          1.เป็นพื้นฐานปัจจัยจำเป็นในการดำเนินชีวิตของมนุษย์

          2.เป็นปัจจัยหลักที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนา

          3.เป็นเรื่องราวของมนุษย์ และธรรมชาติ


          ในช่วงสองทศวรรษทีผ่านมา วิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี ได้มีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้นจนสามารถสร้างนวัตกรรม (Innovation) ซึงก็คือ การเรียนรู้ การผลิตและ การใช้ประโยชน์จากความคิดใหม่ ให้เกิดผลทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม เทคโนโลยีทำให้สังคมโลกทีเ รียบง่าย กลายเป็นสังคมที่มีการดำรงชีวิตที สลับซับซ้อนมากขึ้น ก่อให้เกิดกระแสแห่งความไร้พรมแดน หรือกระแสโลกาภิวัฒน์ ทีเข้ามาสู่ทุกประเทศอย่าง รวดเร็ว จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศ อันเป็นการผสมผสาน ศาสตร์ เข้าด้วยกันได้แก่ อิเล็อทรอ นิกส์ โทรคมนาคม และข่าวสาร (Electronics , Computer ,Telecomunication and Information หรือเรียกย่อๆ ว่า ECTI ) ทำให้สังคมโลกสามารถสื่อสารกันได้ทุกแห่งทั่วโลกอย่างรวดเร็ว สามารถรับรู้ข่าวสาร ความเคลื อนไหวต่างๆ ได้พร้อมกัน สามารถบริหารจัดการและตัดสินใจได้ทุกขณะเวลา การลงทุนค้าขาย และธุรกรรมการเงินทได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นเทคโนโลยี กำลังทำให้โลกใบนี้ เล็กลง” ทุกขณะ

 

วิวัฒนาการเทคโนโลยี (Evolution of Technolgy)

          เทคโนโลยี มีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาเมื่อเวลาผ่านไปขั้นตอนการเปลี่ยนนแปลงขึ้นอยู่กับกระบวนการทางวิวัฒนาการ (Evolution) ของระบบหรือเครื่องมือนั้นๆ ดังนั้นคำว่าวิวัฒนาการของเทคโนโลยี (Evolution of Technology) จึงหมายถึง ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระบบหรือเครื่องมือที่เกิดขึ้นอย่างซับซ้อนและมีการเปลี่ยนแปลงตามลำดับอย่างต่อเนื่องอันมีสาเหตุมาจากปัจจัยต่างๆ

 

วิวัฒนาการสามารถแบ่งได้เป็น 5 ยุค

          - ยุคหิน (Stone age)

          - ยุคทองสัมฤทธิ์ ( Bronze age)

          - ยุคเหล็ก (Iron age)

          - ยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรม (Industrial Revolution)

          - ยุคศตวรรษที่ 20 (The 20th Century)

 

ความสัมพันธ์ระหว่าง เทคโนโลยี กับ นวัตกรรม

          คำว่า นวัตกรรม เป็นคำที่ใช้ควบคู่กับ เทคโนโลยี เสมอๆ ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า Innotech ความจริงแล้ว นวัตกรรมและเทคโนโลยีนั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดเนื่องจากนวัตกรรมเป็นเรื่องของการคิดค้นหรือการกระทำใหม่ ๆเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นซึ่งอาจจะอยู่ในขั้นของการเสนอความคิดหรือในขั้นของการทดลองอยู่ก็ได้ ยังไม่เป็นที่คุ้นเคยของสังคม ส่วนเทคโนโลยีนั้นมุ่งไปที่การนำสิ่งต่าง ๆรวมทั้งวิธีการเข้ามาประยุกต์ใช้กับการทำงาน หรือแก้ปัญหาให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ถ้าหากพิจารณาว่านวัตกรรมหรือสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่นี้น่าจะนำมาใช้ การนำเอานวัตกรรมเข้ามาใช้นี้ ก็จัดได้ว่าเป็นเทคโนโลยีด้วย และในการใช้เทคโนโลยีนี้ถ้าเราทำให้เกิดวิธีการหรือสิ่งใหม่ๆ ขึ้น สิ่งนั้นก็เรียกว่าเป็นนวัตกรรม เราจึงมักเห็นคำ นวัตกรรม และ เทคโนโลยี อยู่ควบคู่กันเสมอ

สรุปแนวคิดปัญญาประดิษฐ์

สรุปแนวคิดด้านปัญญาประดิษฐ์


บทที่ 2 
นวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่
เรื่องแนวคิดด้านปัญญาประดิษฐ์
Outline
  • ปัญญาประดิษฐ์
  • การประมวลผลบนคลาวด์
  • อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง
  • เทคโนโลยีเสมือนจริง
  • แนวโน้มของเทคโนโลยี
นวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่
  • การประมวลผลที่มีประสิทธิภาพขึ้น
  • เครื่องจักรสามารถทำงานได้ดีกว่ามนุษย์
  • นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การติดต่อสื่อสารธุรกิจ การเงิน อุตสาหกรรม การเกษตร การขนส่ง การแพทย์แลพยาบาล
  • แนวคิด 5 ประการสำหรับ AI
         1.การรับรู้
         2.การแทนความรู้และการให้เหตุผล
         3.การเรียนรู้
         4.การปฏิสัมพันธ์อย่างเป็นธรรมชาติ
         5.ผลกระทบทางสังคม

  

นวัตกรรมที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์

 ในยุคสมัยแห่งเทคโนโลยีนี้ AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์เป็นนวัตกรรมใหม่ที่กำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรามากขึ้น และด้วยความที่ AI สามารถทำงานได้หลายอย่างและมีประสิทธิภาพที่สูงจนเทียบเท่าหรืออาจจะมากกว่ามนุษย์นั้น ทำให้ใครหลายคนกลัวว่า AI จะมาแย่งงานของมนุษย์ โดยมาทำงาน Routine ต่างๆ แทนมนุษย์ อย่างไรก็ตาม เราควรเรียนรู้และปรับตัวให้เท่าทันเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับ AI ที่เกิดขึ้นและวิวัฒน์ไป และทำความเข้าใจกับ AI เพื่อใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการเรียนรู้ การศึกษาหรือพัฒนาขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น ภาครัฐและภาคเอกชนในประเทศไทยต้องร่วมมือกันมากขึ้น

          ทุกวันนี้ ประเทศมหาอำนาจส่วนใหญ่ได้ตระหนักถึงความสำคัญและเตรียมพร้อมรับมือกับยุคสมัยแห่ง AI ที่เกิดขึ้น ยกตัวอย่าง เช่น ประธานาธิปดี Emmanuel Macron ของฝรั่งเศส ได้ประกาศลงทุนสนับสนุนและพัฒนา AI โดยทุ่มงบกว่า 1.6 พันล้านเหรียญ สร้างศูนย์วิจัยแห่งใหม่ มีโครงการแบ่งปันข้อมูลและหลักจริยธรรมต่างๆ และนาย Emmanuel Macron เชื่อว่า AI สามารถเพิ่มผลผลิตทางเศรษฐกิจ ซึ่งนำไปสู่การสร้างงานและสร้างการเติบโตของรายได้ได้ หรือจีนที่ได้ลุยพัฒนาที่ใช้เงินลงทุนหลายพันล้านเหรียญเพื่อพัฒนา AI และประกาศว่าจะครองส่วนแบ่งตลาดในปี ค.ศ. 2030 ซึ่งจีนมีความได้เปรียบในการพัฒนา AI เป็นอย่างมากเพราะมีนักวิทยาศาสตร์และนักคณิตศาสตร์ที่มาทำงานด้าน AI เป็นจำนวนมาก และยังมีบริษัทต่างๆ ที่คอยผลักดันและพัฒนา AI เช่น Baidu ที่กำลังพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ หรือ Driverless cars หรือญี่ปุ่น ประเทศที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของเอเชียจะเน้นหนัก AI ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนในประเทศ การใช้งานภายในครัวเรือน เช่น หุ่นยนต์ที่สามารถช่วยเหลือผู้สูงอายุและเด็กเล็กภายในบ้าน เป็นต้น ในทางกลับกัน ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ กลับลดความสำคัญของการพัฒนา AI ลง มีแต่ภาคเอกชนที่ผลักดันและพัฒนาเทคโนโลยี AI ใหม่ๆ ป้อนเข้าสู่ตลาดโลก จนอาจทำให้ขาดบุคลากรเพราะรากฐานของประเทศไม่มีการสนับสนุนเทคโนโลยี AI

แนวทางของประเทศต่างๆ รวมทั้งประเทศไทยเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI ควรเป็นอย่างไร

ลงทุนมากขึ้น (Invest more)

          นาย Jason Furman หนึ่งในที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของ Obama ได้กล่าวไว้ว่า การระดมทุนเพื่อการวิจัยเป็นสิ่งที่สำคัญและควรเริ่มดำเนินการเป็นอันดับแรก ซึ่งต้องได้รับการสนับสนุนจากทางรัฐบาลถึงจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศโดยรวม และ AI เป็นเทคโนโลยีที่สามารถผลักดันเศรษฐกิจและขับเคลื่อนมันได้อย่างแม่นยำซึ่งจะนำไปสู่ความก้าวหน้า และสร้างอาชีพใหม่ๆ ที่มีรายได้สูงขึ้น นาย Oren Etzioni ผู้บริหารของสถาบันปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่ได้หวังผลกำไรแห่งหนึ่ง ชี้ให้เห็นว่า นวัตกรรมของ AI ได้เกิดขึ้นจากสถาบันการศึกษาต่างๆ หากเราไม่ลงทุนในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันต่างๆ เพื่อการศึกษานี้ ก็เหมือนได้ทิ้งโอกาสที่ดีไปเพราะเรากำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนของประวัติศาสตร์                             

เตรียมพร้อมรับการตกงาน (Prepare for job losses)

          การที่ AI เข้ามามีส่วนช่วยในการพัฒนาและผลักดันเศรษฐกิจอาจทำให้เกิดการตกงานขึ้น เพราะได้มีเทคโนโลยี และอาจจะทำให้ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ แต่ในทางกลับกันการเข้ามาของ AI นี้ทำให้เกิดอาชีพใหม่และมีรูปแบบการทำงานใหม่ขึ้น ยกตัวอย่างเช่น Amazon มีการจ้างคนมาช่วยถอดเสียงให้ออกมาเป็นคำ หรือการจ้างคนมาจัดเรตติ้งออนไลน์ของเนื้อหาวิดีโอใน YouTube ของ Google ก็เป็นตัวอย่างอาชีพที่เกิดขึ้นใหม่จากการเปลี่ยนไปของเทคโนโลยี นอกจากคนทั่วไปต้องเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงของโลกแล้วรัฐบาลก็ต้องรู้ทันกระแสโลกและเตรียมคนให้พร้อมต่อความเปลี่ยนแปลง เพราะปัญหาใหญ่ของการตกงาน คือ การไม่ปรับตัว

ส่งเสริมอัจฉริยะ (Nurture talent)

          ประเทศควรส่งเสริมและชักจูงนักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้ามามีส่วนช่วยในการศึกษาและวิจัยในประเทศของตน หากดูกรณีตัวอย่างสหรัฐที่มีการตรวจตราวีซ่าที่เข้มงวดและ มีท่าทีที่ไม่เป็นมิตรกับผู้อพยพและเหล่านักศึกษาทำให้การพัฒนา AI ไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควรจะเป็น การมีสังคมที่ใหญ่ขึ้นจะทำให้เกิดข้อดีมากกว่าข้อเสียซึ่งส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจหากมีการชักจูงและรักษานักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญมาได้

ให้ความสำคัญกับการศึกษา (Prioritize education)

การศึกษานั้นเป็นส่วนที่กุญแจที่สำคัญตัวหนึ่งของ AI นักวิทยาศาสตร์ AI รุ่นใหม่จะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรม Tess Posner ซึ่งเป็นผู้นำองค์กร AI4All ที่ไม่แสวงผลกำไรกล่าวว่านอกเหนือจากการส่งเสริมอุตสาหกรรมแล้ว การศึกษาสามารถช่วยแก้ปัญหาข้อบกพร่องต่างๆ ได้ รัฐบาลอาจไม่ใช่ผู้ให้ความรู้โดยตรงแต่ควรมุ่งเน้นในการสนับสนุนและพัฒนาบุคลากร การสร้างมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นในเรื่องของ AI โดยเฉพาะและมีการสนับสนุนสำหรับนักศึกษาปริญญาเอกด้าน AI ในมหาวิทยาลัยชั้นนำ

ออกกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง (Guide regulation)

ประเทศควรออกกฎหมายหรือข้อบังคับสำหรับ AI อย่างเหมาะสมกับบริบทและสถานการณ์ โดยเฉพาะ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เช่น กรณีการเกิดอุบัติเหตุจากรถยนต์ไร้คนขับ ทำให้เกิดการโต้เถียงว่า การตัดสินใจของ AIเป็นสิ่งที่แม่นยำถูกต้องเพียงพอหรือไม่ หรือมีการละเมิดกฎหมายหรือไม่ มีการแทรกแซงโดยผู้ที่ไม่หวังดีหรือไม่ เหล่านี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะควรเตรียมความพร้อมรับมือ

ทำวามเข้าใจเทคโนโลยี (Understand the technology)

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ รัฐบาลควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับ AI และ รู้ว่าAI จะทำอะไรและส่งผลอย่างไร เพราะ AI มีความสามารถที่ซับซ้อนและรวดเร็ว ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่จะกำหนดนโยบายและวางแนวทางการบริหาร หากปราศจากความเชี่ยวชาญทางด้านเทคนิคนั้น ก็จะเป็นความท้าทายอย่างมากในการทำงานให้มีประสิทธิภาพในพื้นที่ที่มี AI อยู่

          การตระหนักรับรู้และปรับตัวให้เข้ากับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงนั่นเป็นเรื่องสำคัญในการเตรียมตัวพร้อมรับการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ซึ่งในประเทศไทยก็เริ่มมีการใช้เทคโนโลยี AI ให้เห็นกันมากขึ้น ตัวอย่าง เช่น บอทน้อย ที่ได้รับรางวัล Line Bot Award ในหมวดรางวัล Chat bot คุยเก่ง ซึ่งก็เป็นตัวอย่างที่ดีของ วงการ AI ในบ้านเราที่เริ่มมีการนำ Chat bot ไปต่อยอดในการทำธุรกิจในฝั่งของ Customer care หรือจะเป็น หุ่นยนต์ดินสอ หุ่นยนต์เชื้อสายไทยแท้ ที่เป็นพนักงานเสิร์ฟ อยู่ในร้านสุกี้ชื่อดังถูกพัฒนาต่อยอด ให้เป็นหุ่นยต์ที่ไว้ใช้ดูแลผู้ป่วย สามารถคอยตรวจเช็คการเต้นของหัวใจหรือมองเห็นเวลาผู้ป่วยลุกออกจากเตียง และส่งข้อมูลไปให้ญาติของผู้ป่วยได้        

          ประเทศไทยและคนไทยไม่ได้นิ่งนอนใจกับการเข้ามาของ AI หรือเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกิดขึ้น มีการเรียนรู้ปรับตัวและพัฒนาอยู่เสมอ หากเราเตรียมพร้อมรับมือและรู้เท่าทันเหตุการณ์ สร้างเสริมความรู้มาต่อยอดเปิดรับสิ่งใหม่เข้ามาเสมอ ยุคแห่ง AI หรือยุคแห่งเทคโนโลยี ก็คงไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวอีกต่อไป นอกจากนั้นการศึกษาของประเทศต้องรองรับการพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับ AI และการใช้ประโยชน์จาก AI อย่างสูงสุด นอกจากนั้นควรต้องมีหลักสูตรเพื่อเตรียมบุคลากรทางด้าน AI เช่น Data Scientist ที่มีหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลและทำความเข้าใจข้อมูลเชิงลึกที่ซ่อนอยู่และมาช่วยในการตัดสินใจ หรือวิศวกรต่างๆ ที่จะมาช่วยในการพัฒนา AI ให้ดียิ่งขึ้น


วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2563

ปัญญาประดิษฐ์  (AI : Artificial Intelligence)  คือ

เครื่องจักร(machine) ที่มีฟังก์ชันทีมีความสามารถในการทำความเข้าใจ เรียนรู้องค์ความรู้ต่างๆ อาทิเช่น การรับรู้  การเรียนรู้ การให้เหตุผล และการแก้ปัญหาต่างๆ  เครื่องจักรที่มีความสามารถเหล่านี้ก็ถือว่าเป็น ปัญญาประดิษฐ์  (AI : Artificial Intelligence) นั่นเอง

เพราะฉะนั้นจึงสามารถกล่าวได้ว่า AI ถือกำเนิดขึ้นเมื่อเครื่องจักรมีความสามารถที่จะเรียนรู้นั่นเอง  ซึ่ง AI ก็ถูกแบ่งออกเป็นหลายระดับตามความสามารถหรือความฉลาด  โดยจะวัดจากความสามารถในการ ให้เหตุผล การพูด และทัศนคติของ AI ตัวนั้นๆ เมื่อเปรียบเทียบกับมนุษย์อย่างเราๆ

AI ถูกจำแนกเป็น 3 ระดับตามความสามารถหรือความฉลาดดังนี้

1 ) ปัญญาประดิษฐ์เชิงแคบ (Narrow AI ) หรือ ปัญญาประดิษฐ์แบบอ่อน (Weak AI) : คือ  AI ที่มีความสามารถเฉพาะทางได้ดีกว่ามนุษย์(เป็นที่มาของคำว่า Narrow(แคบ) ก็คือ AI ที่เก่งในเรื่องเเคบๆหรือเรื่องเฉพาะทางนั่นเอง)  อาทิ เช่น AI ที่ช่วยในการผ่าตัด(AI-assisted robotic surgery)  ที่อาจจะเชี่ยวชาญเรื่องการผ่าตัดกว่าคุณหมอยุคปัจจุบัน  แต่แน่นอนว่า AIตัวนี้ไม่สามารถที่จะทำอาหาร ร้องเพลง หรือทำสิ่งอื่นที่นอกเหนือจากการผ่าตัดได้นั่นเอง  ซึ่งผลงานวิจัยด้าน AI ณ ปัจจุบัน ยังอยู่ที่ระดับนี้

2 ) ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (General AI )  : คือ AI ที่มีความสามารถระดับเดียวกับมนุษย์ สามารถทำทุกๆอย่างที่มนุษย์ทำได้และได้ประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงกับมนุษย์

3) ปัญญาประดิษฐ์แบบเข้ม (Strong AI ) : คือ AI ที่มีความสามารถเหนือมนุษย์ในหลายๆด้าน

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2563

AI : Artificial Intelligence (อาร์ตทิฟิคอล อินทอลนิจิน) หรือปัญญาประดิษฐ์ เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งของวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ที่เกี่ยวข้องกับวิธีการทำให้คอมพิวเตอร์มีความสามารถคล้ายมนุษย์หรือเลียนแบบพฤติกรรมมนุษย์ คือโปรแกรม Software (ซอฟแวร์) ต่าง ๆ ที่ใช้กับคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะความสามารถในการคิดเองได้ หรือมีปัญญานั่นเอง ปัญญานี้มนุษย์เป็นผู้สร้างให้Computer จึงเรียกว่า ปัญญาประดิษฐ์ และในยุคเทคโนโลยี 5G แบบนี้นี่คือความรู้ที่ท่านควรทราบเป็นอย่างยิ่ง

AI (เอไอ) คืออะไร

AI (เอไอ) คืออะไร ปัญญาประดิษฐ์ วิธีการทำให้คอมพิวเตอร์มีความสามารถคล้ายมนุษย์
AI (เอไอ) คืออะไร วิธีการทำให้คอมพิวเตอร์มีความสามารถคล้ายมนุษย์

   

คำนิยาม AI ตามความสามารถที่มนุษย์ต้องการแบ่งได้ 4 กลุ่ม ดังนี้

  • การกระทำคล้ายมนุษย์ Acting Humanly (แอคติ่ง ฮูแมนลี่) การสร้างเครื่องจักรที่ทำงานในสิ่งซึ่งอาศัยปัญญาเมื่อกระทำโดยมนุษย์
  •  สื่อสารได้ด้วยภาษาที่มนุษย์ใช้ เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ตัวอย่างคือ การแปลงข้อความเป็นคำพูด และ การแปลงคำพูดเป็นข้อความ
  •  มีประสาทรับสัมผัสคล้ายมนุษย์ เช่น คอมพิวเตอร์รับภาพได้โดยอุปกรณ์รับสัมผัส แล้วนำภาพไปประมวลผล
  • เคลื่อนไหวได้คล้ายมนุษย์ เช่น หุ่นยนต์ช่วยงานต่าง ๆ อย่างการ ดูดฝุ่น เคลื่อนย้ายสิ่งของ
  •  เรียนรู้ได้ โดยสามารถตรวจจับรูปแบบการเกิดของเหตุการณ์ใด ๆ แล้วปรับตัวสู่สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้

การคิดคล้ายมนุษย์ Thinking Humanly (แทงกิง ฮูแมนลี่)

  • กลไกของกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความคิดมนุษย์ เช่น การตัดสินใจ การแก้ปัญหา การเรียนรู้
  • ก่อนที่จะทำให้เครื่องคิดอย่างมนุษย์ได้ ต้องรู้ก่อนว่ามนุษย์มีกระบวนการคิดอย่างไร ซึ่งการวิเคราะห์ลักษณะการคิดของมนุษย์เป็นศาสตร์ด้าน cognitive science (คลอนิทีฟ ไซอิน) เช่น ศึกษาโครงสร้างสามมิติของเซลล์สมอง การแลกเปลี่ยนประจุไฟฟ้าระหว่างเซลล์สมอง วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงทางเคมีไฟฟ้าในร่างกายระหว่างการคิด ซึ่งจนถึงปัจจุบันเราก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่า มนุษย์เรา คิดได้อย่างไร

คิดอย่างมีเหตุผล Thinking rationally (แทงกิง ราสโนรี่)

  • การศึกษาความสามารถในด้านสติปัญญาโดยการใช้โมเดลการคำนวณ
  • การศึกษาวิธีการคำนวณที่สามารถรับรู้ ใช้เหตุผล และกระทำ
  • ใช้หลักตรรกศาสตร์ในการคิดหาคำตอบอย่างมีเหตุผล เช่น ระบบผู้เชี่ยวชาญ

กระทำอย่างมีเหตุผล Acting rationally (แอคติง ราสโนรี่)

  • การศึกษาเพื่อออกแบบโปรแกรมที่มีความสามารถในการกระทำ หรือเป็นตัวแทนในระบบอัตโนมัติต่าง ๆ ที่มีปัญญา
  • พฤติกรรมที่แสดงปัญญาในสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น
  • การเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ เช่น โปรแกรมเล่นเกมหมากรุก ที่จะทำให้คู่ต่อสู้แพ้ให้ได้
  • ตัวอย่างงานด้าน AI (เอไอ) ปัญญาประดิษฐ์
  • การวางแผน และการจัดตารางเวลาอัตโนมัติ autonomous planning and scheduling (ออโทโนมัส แพนนิง แอน แซกดูลิ่ง) ตัวอย่างที่สำคัญคือ โปรแกรมควบคุมยานอวกาศระยะไกลขององค์การ NASA (นาซา)
  • game playing (เกมส์ เพล์อิ่ง) เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ Deep Blue (ดีพบลู) ของบริษัทไอบีเอ็ม เป็นโปรแกรมเล่นเกมหมากรุก สามารถเอาชนะคนที่เล่นหมากรุกได้เก่งที่สุดคือ Garry Kasparov (แกรี่ คาสปารอฟ) ด้วยคะแนน 3.5 ต่อ 2.5 ในเกมการแข่งขันหาผู้ชนะระดับโลก เมื่อปี ค.ศ. 1997
  • การควบคุมอัตโนมัติ autonomous control (ออโทโนมัส คอนโทล) เช่น ระบบ ALVINN : Autonomous Land Vehicle In a Neural Network (ออโทโนมัส แลน วีคลอ อิน อนูเรอร์ เน็ตเวิก) เป็นระบบโปรแกรมที่ทำงานด้านการมองเห็นหรือคอมพิวเตอร์วิทัศน์ computer vision system (คอมพิวเตอร์ วิชัน ซิสเต็ม) โปรแกรมนี้จะได้รับการสอนให้ควบคุมพวงมาลัยให้รถแล่นอยู่ในช่องทางอัตโนมัติ
  • การวินิจฉัย diagnosis (ไดนอสิส) เป็นการศึกษาเรื่องสร้างระบบความรู้ของปัญหาเฉพาะอย่าง เช่น การแพทย์หรือวิทยาศาสตร์ จุดประสงค์ของระบบนี้คือทำให้เสมือนมีมนุษย์ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาและคำตอบเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ
  • หุ่นยนต์ robotics (โรบอทติก) เช่น หุ่นยนต์ ASIMO (อาสิโม) หุ่นยนต์จิ๋วช่วยในการผ่าตัด
  • การแก้โจทย์ปัญหา problem solving (พลอมแพม โซวิ่ง) เช่น โปรแกรม PROVERB (โปรบิส) ที่แก้ปัญหาเกมปริศนาอักษรไขว้ ซึ่งทำได้ดีกว่ามนุษย์

ตัวอย่าง AI ในโลกของภาพยนต์
   ภาพยนต์เรื่องต่าง ๆ เช่น Terminator (ทรานฟรอเมอร์), Surrogates (ซักโรเลต), iRobot (ไอโรบอท) หรือ Minority Report (มิโลนิตี้ รีพอร์ต) เป็นต้น จะได้เห็นการทำงานของหุ่นยนตร์ที่มีปัญญาที่คิดได้เอง และสามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ทั้งดีหรือไม่ดี


   สรุปแล้ว AI (เอไอ) นั้นถูกเอามาใช้ในงานแทนมนุษย์หลายอย่าง เช่น Call Center (คอล เซนเตอร์) ต่าง ๆ เพื่อลดการใช้แรงงานคน และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า แต่อนาคต AI จะสามารถมาแทนการทำงานที่ซับซ้อนของคนได้แน่นอน เช่น การวางแผน การทำกลยุทธ์ทางการตลาด และการสร้างเนื้องาน Content (คอนเทน) ต่าง ๆ
ฉะนั้นการเรียนรู้ที่จะปรับตัว และเรียนรู้ที่จะใช้ AI ให้เป็นประโยชน์นั้นจะมีความสำคัญมากต่อธุรกิจในอนาคต และทำให้ธุรกิจนั้นมีความได้เปรียบนั้นอย่างแน่นอน และในท้ายพารากราฟเราก็มีบทความดีดีที่อยากให้ทุกท่านได้ไปศึกษาเพิ่มเติม เริ่มจาก AI software (เอไอ ซอฟแวร์) คืออะไร เพื่อที่ตะทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกของ AI มากขึ้น และ AI of Everything (เอไอ ออฟ เอเวอรี่ติง) ถ้าคุณได้ศึกษาสิ่งนี้เป็นสิ่งที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตเดิมๆไปตลอดกาล


 สุขภาพกับการใช้เทคโนโลยี เทคโนโลยีทางสุขภาพและความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์ ๑ .เทคโนโลยีทางสุขภาพในชีวิตประจำวัน               เทคโนโลยีทางส...